กฏ กติกา ระเบียบข้อบังคับ

กฏ กติกา ระเบียบข้อบังคับ
รายละเอียดข้อมูลกฏ กติกา ระเบียบข้อบังคับ

ข้อบังคับของ

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต

.. 2557

…………………………………..

หมวดที่ 1

ความทั่วไป

ข้อ 1. สมาคมนี้ชื่อว่าสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ตภาษาอังกฤษว่า “PHUKET REAL ESTATE BROKER ASSOCIATION“ เรียกชื่อภาษาอักฤษว่าภูเก็ต เรียล เอสเตท โบรกเกอร์ แอสโซวิเอชั่น

 

ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป PHUKET REAL ESTATE BROKER ASSOCIATION

รูปของเครื่องหมายสมาคม

 

logo-preba

 

ข้อ3. ที่ตั้งสมาคม เลขที่ 29ถนนดีบุก ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000โทร 076-354-024โทรสาร 076-354-024

ข้อ 4. วัตถุประสงค์

4.1 ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

4.2 สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิก แก้ไขอุปสรรค์ข้อขัดข้องต่าง ๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอก เพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบวิสาหกิจของสมาชิก สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวของการตลาดการค้าอสังหาริมทรัพย์ ทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่ออำนวยประโยชน์ แก่การประกอบธุรกิจการค้าอุตสาหกรรมการเงินหรือเศรษฐกิจ

4.3 ประสานความสามัคคีและแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึ่งกันและกันในทางวิชาการ ข่าวสาร ตลอดจนการวิจัยเกี่ยวกับการธุรกิจนายหน้า อสังหาริมทรัพย์

4.4 ขอสถิติหรือเอกสาร หรือขอทราบข้อความใดๆ จากสมาชิกที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ด้วยความยินยอมจากสมาชิก

4.5 ส่งเสริมคุณภาพธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่สมาชิกเป็นผู้แทนจำหน่ายให้ได้มาตรฐานที่ดี ตลอดจนวิจัยและปรับปรุงระบบนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพและให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

4.6 ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมพัฒนาการด้านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ให้อยู่ในมาตรฐานที่ดีสอดคล้องกับนโยบายของทางราชการทำความ ตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติ เพื่อให้การประกอบวิสาหกิจของสมาชิกได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย

4.7 ส่งเสริมพลานามัย กีฬา และจัดงานบันเทิงเป็นครั้งคราว

4.8 ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือระหว่างสมาชิกกับบุคคลภายนอกในการประกอบวิสาหกิจ

4.9 ให้ความอนุเคราะห์แก่สมาชิก ในด้านสวัสดิการเท่าที่ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.. 2509

หมวดที่ 2

สมาชิก

 

ข้อ 5. สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ

5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลทั่วไปที่สนใจในการประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยบุคคลทั่วไปจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรวิชาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์และ จรรยาบรรณตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมกำหนด

5.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจในการเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ หรือนิติ บุคคลที่ประกอบธุรกิจอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้แทนสมาชิกวิสามัญ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรวิชาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์และจรรยาบรรณตาม หลักเกณฑ์ที่สมาคมกำหนด

5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลทั่วไปและนิติบุคคล ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้ที่มีอุปการะคุณแก่สมาคม และทางคณะกรรมการมีมติเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิก และ ผู้นั้นตอบรับคำเชิญ โดยสมาชิกกิตติมศักดิ์จะต้องมีคุณสมบัติและปฎิบัติตามที่สมาคม กำหนด

 

ข้อ 6. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

6.1บุคคลทั่วไป

6.1.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

6.1.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

6.1.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

6.1.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือ ต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ

6.2นิติบุคคล

6.2.1 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ

6.2.2 ผู้แทนนิติบุคคลที่มาเป็นสมาชิกวิสามัญจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 6.1 ด้วย

 

ข้อ 7. ค่าบำรุงสมาคม

7.1 สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปีๆละ 3,000 บาท

7.2 สมาชิกวิสามัญ จะต้องเสียค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปีๆละ 5,000 บาท

7.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

7.4 ค่าบำรุงพิเศษ สมาคมอาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราวโดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ที่มาประชุมทั้งหมด

 

ข้อ 8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน

 

ข้อ 9. การพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขานุการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขานุการนำใบสมัครสมาชิกเสนอต่อที่ประชุมกรรมการ เมื่อคณะกรรมการมีมติรับหรือไม่รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขานุการมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลงมติ

 

ข้อ 10. สมาชิกภาพของสมาชิก

10.1 สมาชิกสามัญ และวิสามัญ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าบำรุงสมาคมเรียบร้อยแล้ว โดยจะต้องชำระภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าบำรุงสมาคมภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

10.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม

 

ข้อ 11. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

11.1 ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล

11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการมีมติให้ออก

11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก

11.4 คณะกรรมการพิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการที่มาประชุม เพราะสมาชิกผู้นั้นกระทำการใด ๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเจตนา หรือกระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับ

11.5 กรณีสมาชิกไม่ชำระเงินค่าบำรุงราย ปี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สมาชิกภาพสิ้นสุด ให้ถือว่าขาดสมาชิกภาพ

ข้อ 12. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

12.1 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นในเรื่องใดๆต่อคณะกรรมการ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม

12.2 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมจากสมาคม ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

12.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

12.4 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง

12.5 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

12.6 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

12.7 มีสิทธิประดับเครื่องหมายสมาคม

12.8 มีหน้าที่จะต้องปฎิบัติตามระเบียบปฎิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

12.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

12.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคม

12.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

12.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

12.13 มีหน้าที่ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ของสมาคมตลอดจนต้องรักษาความลับในที่ประชุม

12.14 มีหน้าที่รักษาความสามัคคีระหว่างสมาชิก และปฎิบัติกิจทางการค้าในทำนองช่วยเหลือกันด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

หมวดที่ 3

การดำเนินกิจกรรมสมาคม

 

ข้อ 13. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย 5 คน อย่างมาก ไม่เกิน 30คน คณะกรรมการนี้ ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคมและให้ผู้ที่ได้ เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม 1 คน และอุปนายก 5คนสำหรับตำแหน่ง กรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือตั้งจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่ง ต่างๆของสมาคม ตามที่กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขป ดังต่อไปนี้

13.1นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทน สมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานใน ที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม

13.2อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฎิบัติตามหน้าที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทน นายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฎิบัติ หน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับ ตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน

13.3เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่สมาคมในการปฎิบัติกิจการของสมาคม และปฎิบัติตาม คำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการ ประชุมต่างๆของสมาคม

13.4เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม และเป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐาน ต่างๆของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

13.5ปฎิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียม สถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม

13.6นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับ เหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

13.7ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

13.8กฎหมาย มีหน้าที่ให้คำปรึกษาช่วยเหลือ ด้านกฎหมายแก่สมาชิก ดูแลด้าน นิติกรรมสัญญาที่สมาคมต้องกระทำกับบุคคลภายนอก ดูแลการ บริหารกิจการของสมาคมให้อยู่ภายใต้ข้อบังคับฉบับบนี้

13.9กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่ เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนด ตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

คณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคม และ กรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

 

ข้อ 14. คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบ กำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้ คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับ อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจาก ทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและ คณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับ อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

 

ข้อ 15. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิก สามัญคนหนึ่งคนใดที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่ง ได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนได้เท่านั้น

 

ข้อ 16. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเห็นผลดังต่อไปนี้คือ

16.1 ตาย

16.2 ลาออก

16.3 ขาดจากสมาชิกภาพ

16.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

16.5 ขาดการประชุมคณะกรรมการ 2 ครั้งติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เว้นแต่จะได้มอบ ฉันทะให้ผู้แทนเข้าร่วมประชุมแทน และคณะกรรมการมีมติยอมรับ โดยให้บันทึกไว้ในรายงาน การประชุมด้วย

ข้อ 17. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ คณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

 

ข้อ 18. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

18.1 มีอำนาจออกระเบียบปฎิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฎิบัติ โดยระเบียบปฎิบัตินั้นจะต้องไม่ขัด ต่อข้อบังคับฉบับนี้

18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

18.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมจะ สามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของกรรมการที่แต่งตั้ง

18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่ประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

18.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

18.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิก ทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

18.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรม ต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิก ร้องขอ

18.10 จัดทำบัญชีการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิก ได้รับทราบ

18.11 มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ 19. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง อนึ่งในกรณีจำเป็นนายกสมาคมหรือ กรรมการผู้ทำหน้าที่แทนหรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่า 3 คน จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นก็ได้

 

ข้อ 20. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมการประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการ ทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานใหญ่ในการประชุม เป็นผู้ชี้ขาด

 

ข้อ 21. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถ ปฎิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำ หน้าที่เป็นประธานในการประชุมครั้งนั้น

หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

 

ข้อ 22. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด คือ

22.1 ประชุมใหญ่สามัญ

22.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ

 

ข้อ 23. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละ 1 ครั้ง ภายในเดือน มกราคม ของ ทุกๆปี

 

ข้อ 24. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วย การเข้าชื่อร่วมของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อย กว่า 30 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

 

อ่านต่อข้อบังคับแบบเต็มรูปแบบได้ที่นี่